บริการส่งของแบบมือโปร สำหรับธุรกิจร้านค้าออนไลน์

การทำธุรกิจออนไลน์ มีความจำเป็นจะต้องใช้บริการส่งของ ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าขนส่งเอกชน หรือ ใช้บริการไปรษณีย์ไทย ก่อนที่จะทำกรส่งสินค้าได้นั้นสิ่งสำคัญคือการห่อสินค้าให้เรียบร้อย สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่เราเอาวิธีดีๆมาบอกกัน ลองทำตามนี้รับรองว่าสินค้าถึงมือลูกค้าแฮปปี้แน่ๆ

1. อย่ากังวลกับการห่อบับเบิ้ลกันกระแทกหลายชั้น สำหรับบับเบิ้ลนั้นจะช่วยดูดซับแรงกระแทกเมื่อสิ่งของทั้งหลายในกล่องเกิดการเขย่า หรือการกระแทกไปมา ทำให้คุณอุ่นใจว่าของที่อยู่ภายในกล่องนั้นมีเกราะป้องกันความเสี่ยงที่ของด้านในจะเสียหาย บับเบิ้ลกันกระแทกนั้นน้ำหนักเบาไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มแต่ต้องพิจารณาดีๆอาจทำให้ขนาดของสิ่งของใหญ่ขึ้นต้องเพิ่มขนาดกล่อง

ส่งของ Delivery

 

2. การเลือกขนาดกล่องให้ถูกขนาดของกับตัวพัสดุ เป็นการลดความเสียหายของพัสดุด้านใน และทำให้ประหยัดค่าส่งและค่าอุปกรณ์ห่อหุ้มด้วย

3. ควรจะจัดวางสินค้าให้เหมาะสม เช่น เลือกกล่องที่มีรูปทรงไม่ทำให้สินค้าเสียหาย หากต้องส่งของ หลายชิ้นให้ทำการห่อแยกชิ้น นำชิ้นที่มีน้ำหนักหรือขนาดที่ใหญ่กว่าบางไว้ข้างล่าง

4. ใช้กล่องพัสดุมาตรฐานเท่านั้น แม้ว่าจะมีผู้ผลิตทำกล่องออกมาขายราคาถูก แต่ไม่ควรเสี่ยง หากจะส่งของไปให้ใครก็ตามยิ่งเป็นในระยะทางไกลมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานของกล่องมากขึ้นเท่านั้น เพราะมันไม่คุ้มแน่ถ้าของข้างในเกิดเสียหายคุณต้องชดใช้ให้ลูกค้า

5. กล่อง Reuse ใช้ได้ถ้าสภาพความแข็งแรงเกิน 70 % ในกรณีใส่สิ่งของที่น้ำหนักไม่มากและจัดส่งไปไม่ไกล แต่จำไว้ว่าสภาพกล่องก็สะท้อนภาพลักษณ์ของสินค้าเช่นกัน ที่ เพราะฉะนั้น หากมีโอกาสเลือก ให้เลือกกล่องใหม่จะดีกว่า

6. กรณีใช้กล่องรียูสก็ต้องให้โฟมช่วย โดยเฉพาะในกรณีที่สิ่งของในกล่องมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ แนะนำให้ใช้โฟมนำมารองไว้ที่มุมต่างๆ ของกล่องพัสดุ เพราะจะเป็นการรองรับการกระแทกได้เป็นอย่างดี ทำให้พัสดุที่ส่งไปมีความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง

 

 

7. การเลือกประเภทกล่องลูกฟูกที่เหมาะสมนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกๆที่จะต้องคำนึงถึง เนื่องจากกล่องพัสดุแต่ละกล่องนั้นใช้กระดาษที่ไม่เหมือนกัน ความหนา จำนวนชั้นก็ต่างกัน เช่นเดียวกันกับคุณสมบัติการกันกระแทก หรือความอยู่ทน อยู่นานที่ถูกออกแบบมาอย่างแตกต่างกัน

8. เลือกการจัดส่งที่เหมาะสมกับระยะเวลาในการส่งของที่แจ้งลูกค้า หากคุณต้องส่งของเพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าภายใน 24 ชั่วโมง ควรเลือกบริการส่งของ ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการเอกชน ที่การัยตีเวลาในการส่งและมีการรับประกัน พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบสถานะของสินค้าได้เป็นระยะๆ

9. ติดป้าย FRAGILE หากจะต้องส่งพัสดุที่มีความเสี่ยงเพื่อให้ผู้บริการส่งของเพิ่มความระวัง จะได้รู้ว่าห้ามโยนโดยเด็ดขาด

10. อาจจำเป็นต้องซื้อประกันลดความเสี่ยง หากจะต้องส่งพัสดุที่เสี่ยงต่อการแตกหัก ซึ่งเงื่อนไขในการรับผิดชอบความเสียหายของพัสดุและการซื้อประกันเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทจะกำหนด ให้ลองศึกษาเงื่อนไขและข้อตกลงดูดีๆก่อนซื้อประกัน